วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อยู่ให้รอด....ตลอดไป !!

 


                              ใครๆก็บอกว่า “ปีนี้เศรษฐกิจแย่  วิกฤต  บลาๆๆ “   แต่ผมคิดว่า  “ปีนี้เศรษฐกิจยังดีอยู่   เพราะปีหน้า (2570)  แย่ยิ่งกว่านี้ “    เรียกได้ว่า    ปีนี้เผาหลอก  ปีหน้าเผาจริง   คำพูดนี้ดูเหมือนตลกร้ายแต่ว่าน่าจะเป็นความจริงเพราะผมเคยตั้งข้อสังเกตุเล่นๆไว้ว่า   ภาวะวิกฤตมันจะมาทุกๆ 10  ปี  ลองดูนะครับ

               2540  วิกฤตต้มยำกุ้ง

               2550  วิกฤตแฮมเบเกอร์

               2560  วิกฤตโควิด

               2570  วิกฤต...... (สงครามอ่าว)  ขอตั้งชื่อไว้ก่อน

               แล้วในภาวะวิกฤตก็จะมีบริษัทห้างร้านทั้งหลายล้มหายตายจากพวกเราไป  สถิติสำคัญของการปิดกิจการในไทย ปี 2568ระดับบริษัท (ภาพรวมธุรกิจทั้งหมด): ปิดกิจการรวม 22,783 ราย  (ที่มา:ฐานเศรษฐกิจ)    ปี 2569 ก็คงอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน  โดยมีข้อสังเกตุว่า  ในขณะที่โรงงานขนาดเล็กปิดตัว กลุ่มทุนขนาดกลางและขนาดใหญ่กลับขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น   โดยผลกระทบหลักจะเกิดกับ SME

ดังนั้นผู้ประกอบการ SME จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอดและสร้างโอกาสใหม่ ๆ นี่คือ 10 แนวทางการปรับตัวที่สำคัญ

1. การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow is King)

ในยามวิกฤต "เงินสด" สำคัญกว่ากำไรในบัญชี ควรจัดทำประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน   

Lean Management: ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-value added) ออกอย่างเด็ดขาด

Inventory Control: ลดการสต็อกสินค้าที่ระบายช้า (Dead Stock) เพื่อเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสด แม้จะต้องยอมกำไรน้อยลงบ้าง  SME มักไม่ได้ค่อยดูรายละเอียดตรงนี้ดูแต่ผลกำไรขาดทุนเป็นสำคัญ  แต่หากลงไปดูที่สินค้าคงคลัง  อาจจะมีสินค้าที่  ล้น  ล้า   ร่วง  คือมีเกินความจำเป็น  ล้าสมัย  และ ไม่มีใครใช้แล้ว  ก็ควรจะเร่งระบายด้วยวิธีใดวิธีหนึ่แม้กระทั่งชั่งกิโลขายถ้าจำเป็น 

 Debt Restructuring: เจรจากับสถาบันการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ หากเริ่มเห็นสัญญาณกระแสเงินสดตึงตัว การปรับโครงสร้างหนี้ในขณะที่ยังมีเครดิตดีอยู่จะทำได้ง่ายกว่า   รวมทั้งลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเร่งเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าให้เร็วขึ้นหรือขายเป็นเงินสดซึ่งอันนี้ยากที่สุดเพราะติดขัดกันไปทั้งระบบ  

2. การปรับโมเดลธุรกิจ (Business Model Pivot)

หากรายได้ทางเดิมหยุดชะงัก ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนจากการขายหน้าร้านเป็นออนไลน์เต็มตัว หรือเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจาก B2B เป็น B2C เพื่อกระจายความเสี่ยง

Multiple Revenue Streams: ไม่พึ่งพารายได้จากช่องทางเดียว หรือลูกค้ากลุ่มเดียว

Value-Based Pricing: แทนที่จะแข่งสงครามราคาท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น ให้เน้นการสร้าง Value Added เช่น การบริการที่เหนือกว่า หรือการแก้ปัญหาเฉพาะจุด (Niche Market) เพื่อรักษาระดับกำไร (Margin)

Digital Transformation: ใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยลดภาระงานคน (Automation) เช่น ระบบ CRM ในการรักษาฐานลูกค้าเดิม ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ 5-10 เท่า

Sustainability as a Branding: นำเรื่องการประหยัดพลังงานและการรักษ์โลก (เช่น มาตรฐาน Bluesign ในอุตสาหกรรมเคมี ) มาเป็นจุดขาย เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันยินดีจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ

3. การลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ (Lean Management)

ทบทวนกระบวนการทำงานเพื่อลดการสูญเสีย (Waste) ทั้งในด้านเวลา แรงงาน และวัตถุดิบ โดยนำเทคโนโลยีหรือระบบ Automation ง่าย ๆ เข้ามาช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน

Logistics Optimization: หากมีระบบขนส่งเอง ต้องใช้เทคโนโลยี Route Optimization เพื่อวางแผนเส้นทางที่สั้นและประหยัดน้ำมันที่สุด หรือพิจารณาใช้ Outsource (3PL) ที่มี Economy of Scale สูงกว่า

Alternative Energy: สำหรับสถานประกอบการหรือโรงงานผลิต การลงทุนใน Solar Rooftop ในปัจจุบันมีจุดคุ้มทุน (Payback Period) ที่สั้นลงมาก โดยโรงงานผมได้ดำเนินการและแล้วเสร็จมาสองปีเศษ ทั้ง  โรงงาน  คลังสินค้า และ สำนักงานใหญ่  ยิ่งรัฐบาลสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและมีแพ็กเกจสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จากธนาคารรองรับ

Energy Audit: ตรวจสอบรอยรั่วไหลของพลังงานในกระบวนการผลิต เช่น ระบบทำความเย็นหรือเครื่องจักรเก่าที่กินไฟเกินจำเป็น

4. การรักษาฐานลูกค้าเดิม (Customer Retention)

การหาลูกค้าใหม่มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเดิม 5-10 เท่า SME ควรเน้นการสร้างความสัมพันธ์ (CRM) มอบสิทธิพิเศษ หรือบริการที่ตอบโจทย์ความกังวลของลูกค้าในจังหวะวิกฤต

Multiple Revenue Streams: ไม่พึ่งพารายได้จากช่องทางเดียว หรือลูกค้ากลุ่มเดียว

CRM Platform / Technology  ปัจจุบันต้นทุนในการบริหารความสัมพันธ์กับลุกค้า  มีเครื่องมือและเทคโนโลยี่ที่เหมาะสมกับธุรกิจทุกขนาด  ทำให้เราทราบพฤติกรรมลูกค้าตลอดจนแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่มๆ  เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันตามลำดับความสำคัญ   อันจะเป็นการให้คุณค่ากับลูกค้าที่จะทำให้เป็นลูกค้าตลอดไป

               5. การใช้ Digital Transformation

ไม่ใช่แค่การมี Facebook Page แต่รวมถึงการใช้ดาต้า (Data) มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การใช้ระบบ Cloud เพื่อทำงานได้ทุกที่ และการใช้แพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อขยายช่องทางการขาย

6. การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Resilience)

อย่าพึ่งพาสัพพลายเออร์รายเดียว ควรมีแหล่งวัตถุดิบสำรองและเจรจาเงื่อนไขการชำระเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง รวมถึงการบริหารสต็อกสินค้าให้มีความคล่องตัวสูง (Just-in-Time)   สำหรับผมแล้ววัตถุดิบจะมีซัพพลายเออร์  2-4 ราย เพื่อสำรองในกรณีที่อีกรายหนึ่งส่งของไม่ได้  ดังนั้นแม้เมื่อสอบราคาจากสี่ราย  บางครั้งผมก็จะแบ่งการสั่ง   โดยสั่งจากรายที่ที่เสนอราคามาเป็นลำดับสองบ้างในปริมาณที่เหมะสมทั้งนี้ราคาต้องไม่แพงเวอร์จนมีนัยะสำคัญทั้งนี้ก็โดยต่อรองราคามาให้ราคาใกล้เคียงกับรายที่เสนอราคามาต่ำสุด  และที่สำคัญแม้เป็นซัพพลายเออร์ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์และสร้างประสบการณ์ที่ดีเช่นเดียวกับลูกค้าด้วย

7. การพัฒนาทักษะบุคลากร (Upskilling & Reskilling)

ในวิกฤต พนักงานหนึ่งคนอาจต้องทำได้หลายหน้าที่ (Multi-skill) การฝึกอบรมให้พนักงานเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นด้วยจำนวนคนเท่าเดิม

8. การแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partnership)

"ฉายเดี่ยวรอดลำบาก" การจับมือกับธุรกิจข้างเคียงเพื่อทำโปรโมชั่นร่วมกัน (Co-promotion) หรือแชร์ทรัพยากรร่วมกัน (เช่น คลังสินค้าหรือการขนส่ง) จะช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล

Strategic Alliance: จับมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อแชร์ทรัพยากร (Shared Resources) เช่น การแชร์คลังสินค้า หรือการจัดซื้อรวม (Group Purchasing) เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง

9. การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ

ติดตามข่าวสารเรื่องมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) การพักชำระหนี้ หรือโครงการสนับสนุนจากหน่วยงานอย่าง สสว. หรือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่อง

10. การสร้างความยืดหยุ่นและสุขภาพจิตของผู้นำ (Resilience & Mindset)

ผู้นำต้องมีสติและคิดบวกอย่างมีหลักการ (Realistic Optimism) กล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล และสื่อสารกับทีมงานอย่างจริงใจเพื่อให้ทุกคนพร้อมสู้ไปด้วยกัน

 

 

 

อยู่ให้รอด....ตลอดไป !!

                                ใครๆก็บอกว่า “ปีนี้เศรษฐกิจแย่   วิกฤต   บลาๆๆ “    แต่ผมคิดว่า   “ปีนี้เศรษฐกิจยังดีอยู่    เพราะปีหน้า (25...