วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

“สปอนเซอร์....เจอที่บอลโลก 2018”



                      ทุกๆสี่ปีจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งเป็นกีฬาที่มีคนเผ้าติดตามมากที่สุดในโลก  การแข่งขันฟุตบอลถือเป็นรายการโทรทัศน์งานแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก  โดยมีผู้ชมรวมในทุกนัดการแข่งขันของฟุตบอลโลก 2006 มีราว 26.29 พันล้านคน   และมีมีผู้ชม 715.1 ล้านคนเฉพาะในนัดตัดสิน  ซี่งนับว่ามากกว่าการแข่งขันโอลิมปิคเสียอีก   ทั้งที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเพียง 32 ทีม เท่านั้นถ้านับแมทช์การแข่งขันแล้วจะมีเพียง  111 แมทช์เท่านั้น       แต่ในปี  2026 จะมีทีมเข้าแข่ง 48 ทีม เพิ่มจากจำนวน 32 ทีมในปัจจุบันซึ่งก็จะทำให้แมทช์การแข่งขันเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
                และไปรษณีย์ไทยคือผู้ที่ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจากฟุตบอลโลกมากที่สุดเพราะสามารถขายไปรณียบัตรได้ถึง 200 ล้าน กำไรเกือบจะเนื้อๆ  400 ล้านบาท  จนอยากให้มีการแข่งขันทุกสองปีเลยทีเดียว  และแน่นอนในการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่มีผู้ชมทั้งในสนามและทางทีวีอยู่เป็นพันล้านคนขนาดนี้   ย่อมต้องมีธุรกิจต่างๆสนใจมาเป็นสปอนเซอร์  แต่ในการแข่งขัน 2018  ครั้งนี้เราจะเห็นแปลกกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา  จะมีสินค้าจากจีนมาเป็นสปอนเซอร์มากขึ้น  โดยปกติแล้วเราจะเห็นสินค้าจีนเช่น  หัวเหว่ย  ไฮเออร์  เลอเนอโว ซึ่งไม่แปลกอะไร    แต่ที่เราให้ในจอทีวีซึ่งเป็นป้ายข้างสนาม และ ที่แบคดร้อปเวลาทีมต่างๆแถลงข่าว ก่อนและหลังการแข่งขัน  จะเป็นทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษซึ่งชื่อก็ไม่คุ้นหูเราเสียเท่าใด  ลองดูว่าฟีฟ่าแบ่งระดับของสปอนเซอร์เป็นสามระดับ  คือ ระดับพาร์ทเนอร์ หรือเรียกได้ว่าผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ  ได้แก่   โค้ก อาดิแดส  เกีย / ฮุนได  และวีซ่า  ซึ่งเป็นรายเก่าๆ  แต่ปีนี้เราเห็น การ์ต้าแอร์เวย์ ซึ่งมาแทน อิมิเรสต์อันนี้ไม่แปลกเพราะอีก 4 ปี คือ 2522 การแข่งขันฟุตบอลโลกก็จะไปแข่งที่ประเทศการ์ต้านั่นเอง   อีกสองธุรกิจที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย  ได้แก่    GAZPROM เป็นบริษัทพลังงานจากประเทศรัสเซียเจ้าภาพนั่นเอง   และจากจีน  WANDA GROUP ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักเสียเท่าใดเพราะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจหลากหลายมาก  ในหมวด “ธุรกิจวัฒนธรรม”  กลุ่มธุรกิจภาพยนต์  กลุ่มธุรกิจสวนสนุกสำหรับเด็ก  กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว  และกลุ่มสุดท้ายคือ “ธุรกิจ กีฬา”  โดยเป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬา    นอกจากนี้ยังมีธุรกิจในหมวดอสังหาริมทรัพย์  หมวดธุรกิจการเงิน  และ หมวดธุรกิจการบริหารจัดการองค์กร  มีธุรกิจทั้งในประเทศจีน  และ ทั่วโลก  ติดอันดับ ฟอร์จูน 500 นับว่าเป็นบริษัทระดับโลกที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเสียเท่าใด  หากต้องการรู้จักเพิ่มเติม  กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซท์  www.wanda-group.com
                นอกจากนี้แล้วยังมีสปอนเซอร์ระดับรองลงมากอีก  5 ธุรกิจ  ซึ่งสามในห้า คือสินค้าจากจีน  ได้แก่   HISENSE เครื่องใช้ไฟฟ้า   VIVO โทรศัพท์มือถือที่มียอดขายอันดับสี่  รองจากซัมซัง ไอโฟน และหัวเหว่ยนั่นเอง  และ สุดท้ายคือ  MENGNIUซึ่งเป็นธุรกิจเครื่องดี่มโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม 
                สปอนเซอร์ระดับที่สามคือ  เป็นระดับภูมิภาคมีสี่ธุรกิจเป็นสัญชาติจีนหนึ่งธุรกิจ คือ YADEA เป็นธุรกิจมอเตอร์ไซค์    จะเห็นได้ว่าจากสปอนเซอร์ทั้งหลาย 15 สินค้า เป็นจีนเสีย 5 สินค้า นับเป็น 31.25%  แต่ถ้าในบรรดาสปอนเซอร์นั้นตัดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฟีฟ่าออก (คือนับแต่คนนอกล้วนๆ) แล้วจะเหลือแค่  13 สินค้าก็จะนับเป็นถึง  38.46%  ..........................
                ธุรกิจจีนจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องและครองตลาดในโลกไปเรื่อยๆ  รวมทั้งขนาดของเศรษฐกิจจีนที่ตอนนี้เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐอเมริกาและมีการคาดการ์ณกันว่า  ขนาดเศรษฐกิจของจีนจะแซงหน้าสหรัฐในปี  2023  โดยอินเดียจะขยับจากอันดับ 5 เป็นอันดับ  3  แซงญี่ปุ่นหล่นลงมาเป็นอันดับ 4   ดังนั้นใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเตรียมค้าขายกับใครก็ลองมอง   จีน / อินเดีย  และขอแถม อินโดนีเซีย  ไว้ในอ้อมอกของทุกท่านอีกประเทสหนึ่งด้วยนะครับ   เพราะจะขยับจากอันดับ 16 มาเป็นอันดับ 10 ของโลก  ในปี 2032   แค่ 14 ปีเท่านั้นเองครับ  ส่วนประเทศไทยก็คงจะขยับ  จากอันดับที่ 25 ของโลกไปเป็นเท่าใดคงมิอาจคาดการณ์เพราะ   ท่านที่วางยุทธศาสตร์ชาติ 20  ปี   น่าจะตายไปหมดแล้วในอีก 14 ปีข้างหน้า   WAIT  and  SEE  ครับพี่น้อง
               


วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“ปารีส.....กรีดกราย”


                             
                    ต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสกลับไปที่ปารีสอีกครั้งหนึ่ง   เป็นการไปเยือนปารีสเป็นครั้งที่   5  หลังจากไปเยือนครั้งแรก ปี 1990  และครั้งสุดท้ายได้ไปเยือนเมื่อ 2004  ห่างไป 14 ปี หอไอเฟลก็ยังตระหง่านเป็นศรีสง่าแก่กรุงปารีสโดยหอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889)  เข้าใจว่าจะคล้ายๆกับงานเอ็กซ์โปที่เคยจัดที่เซียงไฮ้กระมัง......  นับอายุหอไอเฟลแล้วก็  129  ปี เต็มปีหน้าคงมีงานฉลอง 130 ปีหอไอเฟลอย่างแน่นอน
                4 ครั้งแรกที่เดินทางไปปารีสจะมีความรู้สึกปลอดภัยไม่ต้องกังวลใดๆ   แต่จากข่าวคราวทั้งเรื่องผู้ก่อการร้าย  การวางระเบิด  และที่สำคัญ “ขโมย”  กลายเป็นสีสัน (ทางลบ) ของปารีส  ไปเที่ยวนี้แบ่งบัตรเครดิตกับเงินเป็นสามส่วน  ใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ตามปกติ   แบ่งไว้ในกระเป๋าที่เป็นแบบซองห้อยคอ  และอีกส่วนเก็บไว้ในพาสปอร์ตซึ่งเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่ง  แถมตอนขึ้นรถไฟ หรือ เข้าใกล้ฝูงชนเมื่อใดจะมีอาการผวาทรวง.....  ออกอาการตบกระเป๋า  เบี่ยงตัว   ย้ายกระเป๋าเป้มาอยู่ข้างหน้า  โอ้ย....มาเที่ยวหรือมาเป็นโรคประสาท ... แต่สุดท้าย  ก็ปลอดภัยดีทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน  กลับคืนมาตุภูมิอย่างไร้รอยขีดข่วน
                ไปครั้งนี้เดินทางเองกับภรรยาแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์  เดินทางเองทั้งหมดก็วุ่นวายดีเพราะต้องเตรียมการเดินทาง  จองโรงแรม ฯลฯเอง  แต่ระบบขนส่งมวลชนของปารีสขอบอกว่าดีมาก  สะดวก และราคาเหมาะสม  สิ่งที่เห็นแตกต่างไปก็คือจะเป็นสังคมไร้เงินสดเข้าไปทุกที   ไปซื้อตัวรถไฟใต้ดินที่ปารีสเรียก “เมโทร” เราเลือกซื้อแบบตั๋วชุด  10 ใบ ราคาจะถูกกว่าซื้อทีละใบ  (แต่ถ้าเดินทางบ่อยขอแนะนำให้ซื้อแบบการ์ดรายวัน รายสามวันแล้วแต่ พฤติกรรมการเดินทางของท่านเอง)  ตอนจ่ายเงินเค้าไม่รับเงินสดต้องรูดบัตรเครดิตครับ   แค่ 14.90 ยูโร  (บ้านเรา หลายร้านต้องมากกว่า 500 บาทถึงรับรูดบัตร)   ค่าแรงบ้านเขาแพงดังนั้นอะไรที่ใช้เทคโนโลยี่มาช่วยได้ก็จัดเต็ม  ไปร้านแมคโดนัลจะมีจอสั่งสินค้าให้เราเลือกแล้วจ่ายเงินตรงนั้นเลย (ด้วยบัตรเครดิต)  แล้วเอาตั๋วไปรับของ  แรกๆก็งงๆว่าตรูเป็นคน ตจว.เข้าเมืองมาจากบ้านนอก  แต่พอใช้ไปสักพักก็เครเรย   ดูตามภาพประกอบเรยครับ
                การจองตั๋วต่างๆไม่ว่าจะเป็น “BIG BUS “ ซึ่งเป็นรถบัสแบบจ่ายเงินครั้งเดียวรถจะวิ่งวนไปตามสถานที่ต่างๆที่เป็นจุดสำคัญในปารีส  แบบ HOP ON  HOP OFF   เป็นการท่องเที่ยวแบบชิลๆมาก อยากลงตรงไหน  แวะตรงไหนนานๆก็ว่าไป  ขี้นลงได้ตั้งแต่ เช้าจรดค่ำมืด  แถมมี NIGHT TOUR อีกต่างหาก  ก็จัดไปครบชุดใหญ่      “ลิโด้” ซึ่งเป็นคาบาเรตในตำนานเคยไปดูครั้งหนึ่งเมื่อ  1990  โอโฮตั้ง 28 ปีที่แล้วยังตื่นตาตื่นใจเหมือนเดิม  แถมเที่ยวนี้กัดฟันจ่ายเต็มค่าอาหารอยู่ชั้นล่างใกล้เวทีเรย  ถอนขนจักกะแรไป 12,00 สำหรับสองคนค่าอาหารค่ำและค่าโชว์   รวมทั้งบริการอื่นๆในปารีสจะชำระเงินด้วย  “บัตรเครดิต”
                แต่อีกมุมหนึ่งของปารีสก็จะเต็มไปด้วยผู้อพยพมีเห็นขอทานบนถนน “ชองอลิเซ่” ถนนในตำนานของปารีสอีกเช่นกัน  แถมที่หน้าโรงแรมที่พักมีซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดสามห้องแถวบ้านเราได้  ตอนเช้าเค้าก็จะเอาอาหารที่หมดอายุมาทิ้งที่ถังขยะ  ก็จะพบเห็นคนจรจัดซึ่งน่าจะเป็นผู้อพยพมาคุ้ยหาอาหารหมดอายุ (ยังไม่เสีย) ที่ทางซุปเปอร์มาเก็ตทิ้งไว้ไปรับประทานต่อ    จากตัวเลขเว็บวิกิพีเดียมีจำนวนผู้อพยพในฝรั่งเศสถึง 252,264 และเมื่อรวมในยุโรปแล้วน่าจะถึง 1 ล้านคน  ยังไงประเทศไทยของเราก็อย่าให้มีสงครามกลางเมืองจนต้องเป็นผู้อพยพเช่นชาว ซีเรีย  ปาเลสไตน์ ฯลฯ เรยครับ  ดูแล้วน่าหดหู่
                สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด  ระบบรถไฟใต้ดินในปารีสเชื่อหรือไม่ครับ รถไฟฟ้าสายแรกเปิดในปี พ.ศ. 2443 ระหว่างงานนิทรรศการนานาชาติ (Exposition Universelle 1900)   คือเมื่อ 75 ปีที่แล้ว เข้าใจว่าน่าจะเป็นรถไฟใต้ดินสายแรกในโลกด้วย   ปัจจุบันมี 16 สายความยาว 213 กิโลเมตร  สถานีถึง 298 สถานี (เยอะมาก) แถมบางสถานีชื่อคล้ายๆกันอีก   การเชี่อมต่อสะดวกมีป้ายบอกทางตลอดแม้ในสถานที่ท่องเที่ยวก็จะไม่งงว่าออกประตูไหนอย่างไร  มีป้ายบอกชัดเจนครับผม  
 ไม่ต้องห่วงครับประเทศไทยกำลังตามมาติดๆ 75 ปีตามหลังมาเรามี สามสายแล้วครับพี่น้องและอีกไม่เกิน 10 ปีนี้บ้านเราก็จะมีถึง 10 สาย ..รอ....รอ.....รอ.....รอ.......รถไฟฟ้ามาหานะเธอ  แม้ช้าไปนีสแต่จิตไม่หงุดเงี้ยวนะจะบอกให้ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“ ไม่ต้องจ่ายตัง แต่ขอดังไปด้วย WORLD CUP 2018 ”





                                                          


                                                                (เครดิตภาพ   WWW.BBC )





                        เขียนบทความนี้ด้วยความเศร้าที่ทีมรักสองทีมไม่ชนะเรย  เมื่อคืนที่ผ่านมาฟุตบอลโลก2018ที่รัสเซีย  เยรอมันแพ้เม็กซิโก 1ต่อ 0  และบราซิล เสมอ สวิสเซอร์แลนด์ 1 ต่อ 1  รู้สึกว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ทีมใหญ่ๆเปิดตัวไม่ค่อยสวยเท่าใดแต่เกมส์ระดับโลกนี้ต้องดูยาวๆ  เดือนหน้าค่อยมาว่ากันใหม่นะครับมิตรรักแฟนบอลทั้งหลาย  แต่อย่างไรผมก็เชียร์ทีมนี้พี่รักของผมทั้งสองทีม....แพ้ไม่ว่าขอให้ข้าได้เชียร์ !!!

                ในช่วงมหกรรมกีฬาต่างๆไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก  โอลิมปิค  เอเชียนเกมส์ หรือเกมส์กีฬาระดับโลกทั้งหลายนั้น  ในการาจัดการแข่งขันรายได้หลักนอกจากมาจากการขายบัตรเข้าชม  ขายของที่ระลึก  ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดแล้ว   ก็ยังมีรายได้หลักอีกก้อนหนึ่งซึ่งใหญ่มากเสียด้วย มูลค่าในฟุตบอลโลก 2018 นี้อยู่ที่  1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 4.5 หมื่นล้านบาท)   แม้จะลดลงจาก 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5.1 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 2011 จนถึง 2014  ก็ยังนับว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากอยู่ดี  ทั้งนี้เชื่อได้ว่าเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมส่วนหนึ่ง  แต่อีกปัจจัยหนึ่งก็คือมีคำถามว่าเป็นสปอนเซอร์แล้วทำให้สินค้านั้นเป็นที่จดจำและประสบความสำเร็จทางการตลาดหรือไม่  มีผลการสำรวจเปรียบเทียบระหว่างการแข่งขันและ หลังการแข่งขัน  ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ  ลองดูระหว่างบราซิล กับ อังกฤษ ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  (เครดิต  https://blog.globalwebindex.com/chart-of-the-day/world-cup-sponsor-recognition-up-in-brazil-down-in-uk/ )   ผลปรากกฏว่าในบราซิล นั้นนับว่าประสบความสำเร็จ  แต่ในอังกฤษหลังเกมส์การแข่งขันแล้ว ลดลงถึง  26.3 %





สำหรับสปอนเซอร์หลัก คืออาดีแดส  และ ลดลง 18.5 % สำหรับเครื่องดื่มโคคาโคลา



                และในการแข่งขันเกมส์ระดับโลกแบบนี้  ก็จะมีสินค้าที่คอยโหนกระแสซึ่งเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้  ใครๆก็เกาะคนดัง  เกาะเกมส์ที่มีคนเฝ้าติดตามทั้งโลก  เกาะติดความอยากรู้อยากเห็นของคน  โดยผูกสินค้าของตนเองเข้าไปกับกระแสนั้นๆ   ในทางการตลาดเรียกกลยุทธ์แบบนี้ว่า   Guerrilla Marketing (กอริล่า มาร์เก็ตติ้ง กลยุทธ์สงครามกองโจร)    แบบว่าไม่ต้องจ่ายตังแต่ขอดังไปด้วย  คริๆๆ  แต่ก็ต้องระมัดระวังว่าจะต้องไม่ใช้  โลโก้  หรือคำ  ประโยคใดๆ  หรือรูปภาพใดๆที่จะไปละเมิดลิขสิทธิ์ของสปอนเซอร์เค้านะครับ  ซึ่งอาจจะเป็นโฆษณาที่เกี่ยวกับฟุตบอลแบบที่ “ เป็บซี่ “  ทำมาตลอดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา  ลองย้อนไปดูโฆษณาเป็บซี่เก่าๆดูนะครับ   หรือจัดกิจกรรมทายผลฟุตบอล  ที่เห็นเป็นตำนานก็ต้อง  “ไทยรัฐ  กับ ไปรษณีย์ไทย”   ซึ่งที่ผ่านมา 220 ล้านฉบับ 440 ล้านบาท จนไปรณีย์ไทยอยากให้มีฟุตบอลโลกทุกๆปีเรย  !!!!


  ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นเป็นครั้งแรก  ในการแถลงข่าวของทีมบราซิลหลังจบเกมส์การแข่งขันจะเห็นแบคดร้อปด้านหลังเป็น “ไนกี้” ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีมบราซิล   แต่ว่าสปอนเซอร์ของฟุตบอลโลกรัสเซีย 2018 คือ “อาดิแดส”  ก็ไม่ทราบว่าจะมีการฟ้องร้องตามกันมาหรือไม่  ดังนั้นหากอยาก  “ไม่ต้องจ่ายตัง  แต่ขอดังไปด้วย”  ลองปรึกษาสำนักกฎหมายที่เชียวชาญเรื่องกีฬาให้ดีๆนะครับ   เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกแล้วโดนฟ้องร้องจนจ่ายค่าเสียหายมากกว่าค่าลิขสิทธิ์นะครับพี่น้อง



B2C By 4 C

  B2C By   4   C    12 กันยายน 2568 สัปดาห์ที่แล้วได้ดูภาพยนต์ในเน็ตฟลิคเรื่อง   4 คิงส์   ก็เลยผุดไอเดียว่าแล้วธุรกิจจะมี 4 K ได้หรือ...