วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

“ทัวร์ลง ... มงหาย”

 

“ทัวร์ลง ... มงหาย”

21 สิงหาคม  2569

            ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์มันไปเร็วมาก  และดิจิตอลฟุตปริ้นท์นั้นมันแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีทางหายไปจากจักรวาลนี้   ลองย้อนมาดูเรื่องอินฟลูท่านหนึ่งที่มีพลังมากมายวันนี้ถูกเปิดเผยข้อมูลในอดีตทำให้สังคมตั้งคำถามมากมาย  และ เริ่มลองมาทบทวนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกัน  ทำให้พบว่ามีข้อสงสัยมากมาย  เพราะสามารถไปขุดมาจากโลกไซเบอร์ได้ไม่ยากเย็น     ดังนั้นการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันก็คงต้องเพิ่มความระมัดระวังไม่ให้เกิดดราม่า และทัวร์มาลง   เพราะว่าหากเกิดดราม่าแล้วแก้ไขลำบากมากๆ    เพราะข้อร้อเรียนต่างๆนั้นในอดีตอาจจะกระจายแค่หลัก 10 หรือ หลัก 100 คนเป็นอย่างมาก  และต้องใช้เวลานานพอสมควร  แต่ในโลกไซเบอร์ปัจจุบันนี้สามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าไข้หวัดใหญ่เสียอีก    แบบว่าเรารู้โลกต้องรู้  หรือ   ข่าวร้ายลงฟรี  ข่าวดีเสียตัง  อะไรประมาณนี้แหละ

            ไม่นานมานี้มีร้านเค็กร้านหนึ่งที่ภูเก็ตมีประเด็นฟ้องร้องลูกค้าที่ไปรีวิวและให้ 1 ดาว แถมบอกว่าไม่อร่อยแถมแพงอีกต่างหาก 

เจ้าของร้านหัวร้อน: สองสามีภรรยาเจ้าของร้านแทนที่จะรับฟัง แต่กลับทักข้อความไปข่มขู่ลูกค้าว่า "ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ให้รีบไปลบรีวิวซะ แล้วเรื่องจะจบ!"

ชาวเน็ตขุดยับ: เพจดังเอามาแฉจนกลายเป็นไวรัล แถมชาวเน็ตขุดเจอว่าขายราคาแพงแต่ใช้ครีมผสม (ครีมเทียม) ไม่ใช่ครีมแท้ 100% จนร้านต้องออกมาโพสต์แถลงการณ์แก้ตัวอ้างสูตรเฉพาะ แต่ยิ่งแถลงก็ยิ่งโดนทัวร์ลง!

ฟ้องศาลเรียกเงินล้าน: เจ้าของร้านลากคดีขึ้นศาล ฟ้องร้องลูกค้าข้อหาหมิ่นประมาทฯ เรียกค่าเสียหายสูงถึง 5 ล้านบาท!

"บทสรุปคดี (.. 2569)... ศาลยกฟ้อง! โดนริบเงินแสน!"   ศาลสั่งยกฟ้อง! เพราะถือว่าลูกค้าวิจารณ์สินค้าจากการใช้บริการจริงโดยสุจริต

            บทเรียนจากกรณีศึกษานี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงผลที่ตามมาด้วย  เรียกได้ว่า  “ทุกการกระทำ ......ย่อมมีผลที่จะตามมา”  นั่นเอง   ดังนั้นจึงขอเสนอแผนการในการรับมือกับทัวร์ลงแล้วมงไม่หายดังนี้

 


            ระยะฉุกเฉิน ช่วงเวลาภายใน  24 ชั่วโมง หลังจากทราบเรื่อง  สิ่งแรกที่ต้องทำคือค้นหาข้อเท็จจริงอย่างไม่อคติ   หยุดตั้งสติประเมินสถานการณ์  ข้อเท็จจริง  และออกแถลงการณ์โดยไม่ต้องรอหาว่าใครเป็นคนผิด  พร้อมทั้งขอโทษอย่างจริงใจไม่ใช้ภาษากฎหมาย  ให้ใช้ใจในการเขียนแถลงการณ์โดยต้องสมมุติว่าเราเองเป็นผู้ถูกกระทำ  เพื่อให้สามารถเข้าอกเข้าใจคู่กรณีได้ 

            ระยะแก้ไขปัญหา  ในที่นี้โดยส่วนตัวเสนอว่าไม่ควรเกิน 2-3 วัน  เมื่อค้นพบข้อเท็จจริงแล้ว  ให้หามาตราการเยียวยาผู้เสียหายที่เป็นรูปธรรมและไม่ทำเหมือนจะขายของเพิ่ม   เช่นให้ส่วนลด 10%ในการมาใช้บริการในครั้งหน้า   แต่ให้เยียวยาแบบว่าลูกค้ารู้สึกได้เปรียบ  เช่น ทานฟรีเท่ากับมูลค่าในครั้งที่เกิดปัญหา  (ในกรณีที่ทางร้านเป็นฝ่ายผิด)  ประมาณนี้    แต่หากร้านไม่ผิดก็แถลงข้อเท็จจริงพร้อมภาพ วีดีโอ ประกอบ  และอย่าลืมทิ้งท้ายไว้ว่าข้อคิดเห็นทางร้านขอน้อมรับไปตรวจสอบและปรับปรุงให้สินค้าและบริการดีขึ้น  บลาๆๆ   ไม่ใช่ลงท้ายว่า  “จะสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีต่อไป”

            ระยะฟื้นฟู    เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจและต้องการพิสูจน์ในระยะยาว  จึงต้องดำเนินการให้กระบวนการที่พิสูจน์ได้ว่ากระทำการอย่างต่อเนื่อง  เช่น  มีคลิป ระบบการตรวจสอบวัตถุดิบ   กระบวนการผลิต   ฯลฯ  การเปิดให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต   เป็นต้น

             หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นแนวทางในการที่จะทำให้กิจการหรือร้านของท่าน  

ทัวร์ไม่ลง.....มงไม่หาย  นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บัญญัติ 10 ประการ ที่นักการตลาดห้ามทำ

  บัญญัติ 10 ประการ ที่นักการตลาดห้ามทำ     26   กันยายน 2568   การตลาดที่ดีคือการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับลูกค้า แต่บางคร...