ยั่งยืนอย่างไรให้………ยั่งยืน
วันนี้โลกของเราประสบกับปัญหาสภาวะแวดล้อมในหลายๆมิติ ซึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์เองจนยากต่อการเยียวยาเพราะติดกับดักความสดวกสบาย เพราะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความเคยชินที่ติดมาตั้งแต่เกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาพลาสติก และ ขยะ
ที่ยากต่อการกำจัดและบริหารจัดการ
เราคงไม่สามารถกลับไปอยู่ในยุคที่ซื้อขนมแล้วใส่กระทงที่ทำจากใบกล้วยได้อีก
คำถามคือ
....... แล้วเราจะบริหารจัดการอย่างไร ??
วันนี้การดำเนินธุรกิจ หรือ ธุรกรรมใดๆ ก็ตามจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความยั่งยืน......... แต่จะทำอย่างไรให้ยั่งยืนแบบยั่งยืน คือเป็นการยั่งยืนอย่างแท้จริงที่มิได้เพียงแต่การประกาศว่าเป็นองค์กรสีเขียว แต่ยังใช้ขวดพลาสติกใช้ครั้งเดียว ฯลฯ
ซึ่งแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ
ธุรกรรม และ ชีวิตที่ยั่งยืนก็มีแนวคิดที่สามารถสรุปได้ดังนี้
องค์ประกอบของการทำธุรกิจให้
“Sustainable” หรือยั่งยืน และ กลยุทธ์ความยั่งยืน จะต้องคำนึงถึงในหลายมิติ ซึ่งโดยทั่วไปนิยมจัดแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก (Triple
Bottom Line หรือ TBL) และสามารถขยายได้ถึง
5-7 ด้าน ตามบริบทของธุรกิจ ดังนี้:
People (ด้านสังคม – Social
Sustainability)
ในบริบททั่วไปมักจะมองในแง่การรับผิดชอบต่อสังคม เช่น
การบริจาค
การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
จนลืมอีกมิติหนึ่งนั่นก็คือ การดูแลพนักงาน
ลูกค้า และชุมชน การให้ความเท่าเทียมทั้งทางเพศ ทางเพศสภาพ
และความยุติธรรมทางสังคม รวมทั้งความปลอดภัยในการทำงาน และการเคารพสิทธิมนุษยชน
Planet (ด้านสิ่งแวดล้อม
– Environmental Sustainability)
มิตินี้คงไม่ต้องมีการตีความ เพราะเป็นการงด ลด
ละ เลิก ในการที่จะทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การจัดการของเสียและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รับรู้กันโดยทั่วไป แต่การดำเนินการในการบริหารจัดการคงยังเป็นคำถาม เพราะว่ามันเป็นการเพิ่มต้นทุนในการทำธุรกิจ แต่ก็คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้เพราะว่าการถูกบีบรัดจากคู่ค่า และ ผู้บริโภคปลายทางทำให้ทุกธุรกิจต้องดำเนินการในเรื่องนี้อย่างมีนัยะสำคัญ
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ 3 R คือ Reduece Reuse
Recycle ซึ่งเป็นแนวทางในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่ผมเองอยากขยายออกเป็น 9 R
คือ ***Refuse**Replace**Reduce**Reuse **Return
**Refill**Repair**Regift**Recycle......
ก็คือ การพยายามที่จะไม่ใช้สินค้านั้น การหาสินค้าทนแทน การลดการใช้
การใช้ซ้ำ + การคืนภาชนะบรรจุ + การใช้ภาชนะแบบเติม การซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้อีก การใช้สินค้าหมุนเวียนเปลี่ยนไป และสุดท้ายหากต้องใช้ก็นำกลับมาใช้ใหม่ทั้งพัฒนารูปลักษณ์หรือเปลี่ยนเป็นสินค้าอื่นหรือแค่ใช้ซ้ำ
Profit (ด้านเศรษฐกิจ –
Economic Sustainability)
และแน่นอนที่สุดการดำเนินธุรกิจนั้น ก็ต้องมีผลกำไรแต่คงไม่ใช่ผลกำไรที่สูงสุด Maximize
Profit แต่จะต้องเป็นการ Maximize Benefit ซึ่งเป็นไปในเรื่องของกการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล การสร้างผลตอบแทนในระยะยาวความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน และตอบแทนผู้ถือหุ้นหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆอย่างเหมาะสม โดยแยกได้เป็นสี่ประการคือ
Purpose (เป้าหมายองค์กร) ธุรกิจควรมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่แค่กำไรแต่เพียงอย่างเดียว
มีการแบ่งปันกันอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้น พนักงาน
ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
Partnership (ความร่วมมือ)
ต้องเป็นการประสานความร่วมมือกับทั้ง ภาครัฐ
เอกชน ชุมชน และองค์กรไม่แสวงหากำไร
Policy & Governance (นโยบายและธรรมาภิบาล) ต้องมีความโปร่งใส
ตรวจสอบได้ และมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
ซึ่งแนวคิดนี้หาได้ยากในองค์กรภาครัฐที่นับว่าจะยิ่งบริหารงานแบบขาดธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นปัญหาหลักและใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่จะต้อ “ปฎิรูป / ขจัด / ล้างบาง “ ให้ลดเหลือน้อยที่สุด มิฉนันหายะจะบังเกิดแก่ชาติและสังคมไทยในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะเราคงจะเห็นว่าในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมาความสารถในการแข่งขันของประเทศลงลงตามลำดับจาก “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” เป็นแมวตัวที่เท่าไหร่ไม่รู้ของเอเชีย
Innovation ( นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ) จะต้องมีการพัฒนา หรือ ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์รวมทั้งภาชนะบรรจุที่หมุนเวียนหรือใช้ซ้ำได้
หรือ
แนวคิดอื่นๆที่จะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง PEOPLE PLANET
PROFIT ดังได้กล่าวไว้ในตอนต้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น