วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ภูมิทัศน์ผู้บริโภค ปี 2025 + เปลี่ยนไปอย่างไร?

 

เครดิตภาพ **linkedin.com/pulse/adapt-changing-consumer-landscape-get-lost-alex-barseghian

            การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกในปี  1900-1970   เป็นไปอย่างช้าๆมีพลวัตรที่ทำให้ทุกคนปรับตัวได้   แต่ "การปฏิวัติดิจิทัล" (The Digital Revolution หรือ Third Industrial Revolution) นั้นไม่มีปีเริ่มต้นที่แน่นอนเพียงปีเดียว แต่มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลายช่วงเวลา ดังนี้:

ช่วงที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุดคือ: คริสต์ทศวรรษ 1970   เพราะการกำเนิดของไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor): การประดิษฐ์ชิปประมวลผลขนาดเล็ก ทำให้สามารถผลิตคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง และเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

การถือกำเนิดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer การเปิดตัว PC ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1970 เช่น Apple II ในปี 1977 และ IBM PC ในปี 1981เป็นจุดที่คอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลายจากห้องปฏิบัติการและองค์กรขนาดใหญ่ เข้าสู่บ้านเรือนและสำนักงานทั่วไป ซึ่งเร่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรุนแรง

ปี ค.ศ. 1947: การประดิษฐ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค คริสต์ทศวรรษ 1990 เป็นช่วงที่การปฏิวัติดิจิทัลเร่งตัวถึงขีดสุดและมีผลกระทบไปทั่วโลก ด้วยการแพร่หลายของ อินเทอร์เน็ต (World Wide Web) และ โทรศัพท์มือถือดิจิทัล

 

 

จุดเริ่มต้นของ AI ยุคใหม่ (Generative AI Boom) คือช่วงปี ค.ศ. 2022  เพราะการเปิดตัว ChatGPT: OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปลายปี 2022  ซึ่งเป็นแชทบอทที่ใช้ Generative AI (GPT-3.5) ที่มีความสามารถในการสนทนาและสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้สาธารณชนตื่นตัวและเข้าถึง AI ได้อย่างกว้างขวาง

การแพร่หลายของ AI สร้างภาพ: เครื่องมือสร้างภาพจากข้อความ (Text-to-Image)  ของ  ChatGPT  หรือ Google Gemini   ซึ่งได้เปิดตัวสู่สาธารณะในช่วงปี 2021-2023 ทำให้เกิดการปฏิวัติในการสร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัล

แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนที่เป็นพื้นฐานในการกำเนิดเอไอยุคใหม่  โดยเริ่มตั้งแต่ในปี ค.ศ. 2017 เป็นจุดกำเนิดสำคัญทางเทคนิคเมื่อ Google เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง "Transformer" ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโมเดลที่ใช้ใน Generative AI สมัยใหม่ทั้งหมด (รวมถึงตระกูล GPT และ Gemini)

 

สรุปคือ การเปลี่ยนแปลงที่ "รวดเร็วและรุนแรง" ที่คนส่วนใหญ่สัมผัสได้และทำให้เกิดกระแสปฏิวัติในทุกอุตสาหกรรม เริ่มชัดเจนในปี ค.ศ. 2022 นั้นทำให้ภูมิทัศน์ผู้บริโภค และ พฤติกรรมนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

มิทัศน์ ผู้บริโภค  ที่หมายถึง สภาพแวดล้อมหรือภาพรวมของพฤติกรรม  ความต้องการ และแนวโน้มต่างๆของผู้บริโภคที่ส่งผล ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการ   แต่หากให้ความหมายสั้นๆ  มันก็คือ  “เหตุ ..ปัจจัย ... ที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจ ซื้อหรือไม่ซื้อ  สินค้าและบริการ “  นั่นเอง

จากเหตุการณ์ที่แบรนด์หรูในจีนต้องปิดตัวลง  หรือปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับภูมิทัศน์พฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไป   เช่น ฮักเก้นด้าสที่ต้องปิดตัวลง  250 สาขา   สตาร์บัคที่มีอยู่ 7 พันกว่าสาขาน่าจะต้องปิดตัวไปไม่น้อยในปีนี้ เพราะไม่คุ้มค่าการลงทุน  หรือ  ดีแคทลอน ที่ปิดร้านไป 30 เปอร์เซนต์

1. ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” มากกว่า “ราคา”สนใจสิ่งที่แบรนด์ “ยืนหยัดเพื่ออะไร” (เช่น สิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม ความโปร่งใส)ต้องการความคุ้มค่าในเชิงอารมณ์ เช่น ความยั่งยืน หรือสังคม

2. เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจซื้อการใช้ AI, Chatbot, ระบบแนะนำสินค้าส่วนบุคคล (personalized recommendation)การใช้ AR/VR ในการทดลองสินค้า

3. ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Hyper-personalization)คาดหวังการสื่อสารที่ “ตรงใจ” ไม่ใช่แค่ “ตรงกลุ่มเป้าหมาย”

4. Gen Z และ Alpha มีอิทธิพลสูงขึ้นGen Z ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรม, ความเร็ว, ความสนุกแพลตฟอร์มที่นิยม: TikTok, Instagram Reels, YouTube Shorts

5. พฤติกรรมซื้อแบบ Omnichannelการซื้อสินค้าเริ่มต้นจากออนไลน์และจบที่ออฟไลน์ หรือกลับกันต้องการประสบการณ์ “ไร้รอยต่อ” ระหว่างแพลตฟอร์ม

6. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภค “เลือกซื้ออย่างมีสติ” (Mindful Consumption)เลือกของที่จำเป็น หรือยืดหยุ่นได้ (Subscription, Rent, Pre-order)

แล้ว  SME ควรปรับตัวอย่างไร?

1. เน้นความแตกต่างด้วย “คุณค่าแบรนด์” (Brand Purpose)สื่อสารว่าแบรนด์มีเป้าหมายอะไร ไม่ใช่แค่ขายของ

2. ใช้เทคโนโลยีช่วยเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าใช้ Data และ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อปรับสินค้าและบริการให้ตรงความต้องการใช้ Chatbot, CRM, และระบบ Loyalty Program แบบอัจฉริยะ

3. ปรับรูปแบบสื่อสารให้ตรงกับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์เน้นวิดีโอสั้นที่สนุก เข้าใจง่าย แชร์ง่ายทำ Content Marketing ที่ให้ความรู้และแรงบันดาลใจ

4. ทำ Omnichannel Marketing ให้ครบวงจรพัฒนาประสบการณ์ Online + Offline อย่างไร้รอยต่อช่องทางต่าง ๆ ควรมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เช่น โปรโมชั่น, สต๊อกสินค้า

5. ออกแบบสินค้า/บริการที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ เช่น บริการแบบ subscription, สินค้าแบบ customize, หรือ bundle set

6. สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว (Customer Engagement)การมี Community หรือ Club ของลูกค้าใช้ Social Listening ในการตอบสนองต่อเสียงของลูกค้า

สรุปได้สั้นๆประโยคเดียวว่า  ผู้บริโภคยุคนี้ได้เปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้มีส่วนร่วมในแบรนด ดังนั้นเอสเอ็มอีก็ต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไป  

“ผู้ใดปรับตัวได้ คือ ผู้อยู่รอด !!!!! “

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ยั่งยืนอย่างไรให้………ยั่งยืน

  ยั่งยืนอย่างไรให้ ……… ยั่งยืน                  วันนี้โลกของเราประสบกับปัญหาสภาวะแวดล้อมในหลายๆมิติ   ซึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์เองจน...