วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566

จำได้....ว่าคุณเคยสัญญา

 

จำได้....ว่าคุณเคยสัญญา 

13 มกราคม 2566


 

                ผมเขียนบทความนี้ในวันศุกร์ที่สองของเดือนเพราะพรุ่งนี้คือวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม  ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ  ที่นายกรัฐมนตรีต้องออกคำขวัญสำหรับปี2566 นี้   คือ  รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี  แล้วเรามีคำขวัญวันเด็กไว้เพื่ออะไร 

1.เป็นธรรมเนียมปฎิบัติเพราะคำขวัญวันเด็กเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2499 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี   ซึ่งปี 2566  ก็จะเป็น คำขวัญที่ 67 ชาติไทย

2.ไว้เพื่อให้เด็กประถมท่องจำ   และใช้ตอบข้อสอบ

โอ้....... ไม่มีประโยชน์อะไรเลย 

เอ.....แล้วสินค้าก็มีคำขวัญ  หรือ สโลแกนเหมือนกันนี่น่า    มันทรงคุณค่าและมีประโยชน์อย่างไรบ้างตามมาดูกันครับ   เราใช้ประโยชน์ได้ถึง  5 ประการ

***แสดงจุดยืนของสินค้า  ตำแหน่งของสินค้า

***แสดงคำมั่นสัญญาที่มีต่อลูกค้า

***สร้างการภาพจำ  รวมทั้งภาพลักษณ์ของสินค้าหรือองค์กร

***สร้างยอดขาย  สร้างแรงจูงใจให้ซื้อ

แล้วเทคนิคในการสร้างสโลแกนหรือ คำขวัญมีอว่าอย่างไร  สามารถแยกเป็นประเด็นย่อยๆได้ 11 ประเด็นดังนี้ครับ

จำง่าย  ติดหู  ซึ่งต้องอาศัยให้ลูกค้าเป้าหมายได้ฟัง หรือ อ่าน หรือเห็นบ่อยๆ   เช่น  กาแฟเขาช่องรสแท้ กาแฟไทย  คาราบาวแดงนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
            เรียบและสั้น กระชับ  และได้ใจความ ไม่ควรเกิน 10 พยางค์  เช่น    
หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา เซเว่นอีเลฟเว่น
            สื่อความหมาย ชัดเจน   ต้องมีสิ่งที่บอกว่าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร 
Think Different ของแอปเปิ้ล     การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า     คิดถึง สีฟ้า เวลาหิว”  ของร้านอาหารสีฟ้า
            สร้างจุดยืน และแตกต่าง    แสดงให้เห็นว่าเราแตกต่างและจุดยืน จุดเด่น จุดขาย ของสินค้าและองค์กร เช่น ซัมซุง   
Do what you can't      นมสดไทย-เดนมาร์ค  “นมโคสดแท้ 100 %       “ใช้ดม ใช้ทา ในหลอดเดียวกัน “ ของยาดมโป๊ยเซียน    หรือ   สีทนได้สโลแกนจากสี 4 Season
             สร้างอารมณ์ด้านบวก   ฟังแล้วเกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ 
เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านธ.กรุงเทพ  “เพื่อเพื่อน เต็มที่เสมอ”   เบียร์ช้าง  หรือ  กระทิงแดง “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน”  เพื่อสร้างกำลังใจให้ต่อสู้เป็นต้น
             มีเอกลักษณ์ บ่งบอกคุณลักษณะ หรือ คุณสมบัติพิเศษจากคู่แข่งขัน    เช่น 
  แอร์เอเชีย “ใครๆก็บินได้  สื่อว่าไม่ว่าคุณเป็นใคร ก็สามารถใช้บริการได้  เพราะราคาคุณจับต้องได้ นั่นเอง    ส่วนช้อกโกแลต เอ็มแอนด์เอ็ม ก็สร้างการจดจำว่า     ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ”   

โน้มน้าวใจ    เพื่อขายของ หรือแสดงว่าสินค้าเรานั้นสุดยอด เหมาะกับคุณ  เช่น   ฟาร์มเฮ้าส.. “ หอมกรุ่นจากเทุวัน”

             สร้างภาพลักษณ์ และ ทรงคุณค่า ที่คู่ควร        ช้อคโกแลต เฟอเรโร รอชเชอร์...” ล้ำค่า ดั่งคนที่คุณรัก”   หรือ  ช่อง สาม  “ คุ้มค่าทุกนาทีดูทีวีสีช่อง 3 “

              โดดเด่น   สะดุดตาสะดุดหูจนต้องหยุดอ่านหรือหยุดฟัง    Sheer Driving Pleasure หรือ สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ของ BMW   “ยนตกรรมเยรมัน”
               จูงใจ  ทำให้คนเชื่อในสิ่งที่นำเสนอ  ยาสีฟันคอลเกต  “ ยาสีฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ”
               น่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์  คำสัญญา คุณสมบัติพิเศษ  ตัวอย่างเช่น   
เอสซีจี กรีน ช้อยส์’ (SCG Green Choice) ภายใต้สโลแกน คุณเลือก เพื่อโลกได้  

              บ่งบอกว่าใครคือ   กลุ่มเป้าหมาย   เครื่องดื่มแมนซั่ม  “ ปลุกความเป็นชายในตัวคุณ”  นอกจากบอกว่าลูกค้าเป็นผู้ชายแล้วยังต้องการบางอย่างด้วย  คริๆ     .  Life is Sweet'   คือสโลแกนของแบรนด์  Etude House เครื่องสำอางค์จากเก่าหลี   หมายถึงคุณค่า และพลังงานแง่บวกใน    Arrow เอกลักษณ์เฉพาะเอกบุรุษ”  ซึ่งต้องชายเท่านั้น     และยาสีฟันอีโมฟอม  #เสียวฟัน #ฟันไม่เสียว ต้อง #อิโมฟอร์ม   คงมีเป้าหมายว่าผมคือลูกค้าแน่นอน  เพราะตอนนี้ฟันเริ่มเสียวแล้วซิ  อ้อ แต่ยังแอทฮาร์ทนะครับ......ท่าน....

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566

A to J Pay attention



10 มกราคม 2566

โลกธุรกิจนับวันแต่จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจของโลกมีปัญหา   ปี 2023 นี้  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2023 จากเดิมที่ระดับ 2.9% มาอยู่ที่ 2.7%     และเศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.4 ต่อปี ส่วนปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นที่ร้อยละ 3.8 ต่อปี   และอาจจะดีมากไปกว่านั้น  เพราะเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา  ทางการจีนอนุญาติให้คนจีนออกนอกประเทศและคนต่างชาติที่จะเข้าจีนไม่ต้องกักตัวแล้วย  จะทำให้มียอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน   เห็นได้ว่าสูงกว่าการเจริญเติบโตของไทยนั้นดีกว่าค่าเฉลี่ยของโลก    ทั้งนี้หากดูในภาพรวมก็จะเป็นอย่างนั้นเพราะเศรษฐกิจโลกที่เติบโตเพียงเล็กน้อยก็เพราะถูกสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่มีขนาดของเศรษฐกิจขนาดใหญ่  ที่เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือติดลบทำให้ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 2.7 % เท่านั้น  แต่หากเทียบในอาเซียนแล้วเรายังเติบโตน้อยกว่า เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น

            แล้ว.......เราจะดำรงอยู่ได้อย่างไรในภาวะที่ยากลำบากนี้

            คำตอบ.......ก็คือการปรับตัวและพัฒนาสินค้าและองค์กรให้ตอบสนอง   A to J  Pay attention  อันได้แก่

AUTOMATION  สินค้าจะมีนวตกรรม  เติมความอัตโนมัติบางประการลงไปในสินค้าและบริการ  ตัวอย่างง่ายเช่น  การซื้อของออนไลน์ในปัจจุบันแพลทฟอร์มสามารถจำจำพฤติกรรมของลูกค้าว่า  สนใจอะไร  ชอบไม่ขอบสินค้าอะไร  หรือแม้แต่เค่ใส่เบอร์โทรศัพท์ลงไปก็จะเติมข้อความอื่นๆ  เช่น ชื่อ  ที่อยู่ อีเมล์ ฯลฯ ตามที่ได้บันทึกไว้  ไม่ต้องมากรอกซ้ำอีก  รวมทั้งตัวสินค้าเองก็ต้องเพิ่มความเป็นอัตโนมัติลงไปด้วย

BIO DEGRADABLE   สินค้า ภาชนะบรรจุ  หรือสารประกอบของสินค้า  สามารถย่อยสลายได้ ยิ่งถ้าไม่เหลือขยะได้เลยยิ่งดี  เรียกได้ว่าประมาณ ZERO WASTE   จนทำให้เกิด   BIO ECONOMY  นั่นเอง  

COST  เรื่องของต้นทุนที่ไม่ใช่แต่แค่เรื่องของต้นทุนทางการเงิน  คือ ราคาเท่าใด?  เพราะต้องคำนึงถึงต้นทุนทางด้านพลังงาน  ต้นทุนในการติดตั้ง/ลงทุน  และที่สำคัญต้นทุนทางด้านจิตใจ ซึ่งก็คือ แบรนด์  นั่นเอง

DELIVERY  การขนส่งสินค้า  ที่นับรวมไปถึงการบริการการติดตั้ง  การบริการหลังการขาย และ การสอนการใช้งานอีกด้วย  ซึ่งอาจจะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า  เช่นวีรสุ ขายสินค้าเครื่องครัว  มีการสอนการทำอาหารเครื่องดื่ม  ก็สามารถขายวัตถุดิบ และอุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆได้อีก

ECO  FRIENDLY PRODUCT การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  การผลิต การขนส่ง วัตถุดิบ  ฯลฯ  ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้แล้วยังหมายรวมถึง  EMOTION  คืออารมณ์ร่วมในสินค้าและองค์กร  ซึ่งการทำให้สินค้ามีเรื่องราวและความรู้สึกที่ดีๆในมุมมองของลูกค้าแล้ว  ก็จะสามารถสร้างลูกค้าที่จะเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนได้ในอนาคต  เพราะรักแล้วรักเลยมิแปรเปลี่ยน  ซึ่งการใช้อารมณ์ในการซื้อมากกว่าเหตผลทำให้ราคาเป็นเรื่องรองที่ใช้ในการตัดสินใจนั่นเอง

GOOD GOVERNANCE   มีธรรมาภิบาล  รวมทั้งการรับผิดขอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้น  พนักงาน ลูกค้า  ซัพพลายเออร์  สังคม  สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ  ตลอดจนโลกใบนี้

HEALTHY  มิได้หมายถึงสินค้าที่เป็นอาหารเสริม SUBPLEMENT  แต่หมายถึงสินค้านั้นดีต่อสุขภาพทั้ง  กาย  ใจ  และ จิตวิญญาณ   ผู้บริหารจะต้องเติมเต็มความต้องการในสินค้า บริการ และ องค์กรนั้นให้พร้อมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งสามด้านดังกล่าวข้างต้น

INDIVIDUALIZATION   สินค้ามีควาเฉพาะเจาะจง  ทั้งส่วนบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล  ซึ่งในโลกปัจจุบันและเทคโนโลยี่สามารถทำได้  เช่น รองเท้าที่มีสีสันเฉพาะตน  เสื้อที่สามารถพิมพ์ภาพหรือชื่อของเราบนเสื้อนั้นได้   รถยนต์ที่สามารถเลือกสีเบาะรถได้  เป็นต้น

JOYFUL   ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุข  เมื่อจะมาซื้อ มาใช้ มาซ่อม มาติดต่อ กับองค์กร  พนักงานจะต้องมีความสุขเพื่อที่จะบริการลูกค้าได้อย่างมีความสุขมากกว่านั่นเอง  

            แน่นอนที่สุด ........แต่ละองค์กร แต่ละสินค้า คงไม่สามารถเติมทุกข้อได้หมดหรือจนล้นทุกข้อ  ต่างก็มีข้อจำกัดตามคุณลักษณะของสินค้า และบริการ ตลอดจนบริบทที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละองค์กร 

            เพียงแต่........ได้คำนึง และใส่ใจ  กับพยายามเติมเต็มแต่ละข้อได้มากที่สุดแล้วก็เชื่อด้ว่า   องค์กรและสินค้าของคุณจะ มี  “ความยั่งยืน” ในที่สุด

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565

โปรแรงเซงทางโค้ง

 





          ช่วงปลายปีก็จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่  และอาจจะต่อเนื่องได้ไปถึงเทศกาลตรุษจีน  ที่ปี 2566 นี้จะมาเร็วกว่าปกติคือปลายเดือนมกราคม 2566   ซึ่งในช่วงเวลานี้ก็จะเป็นช่วงเวลาของการขายของเพราะผู้คนจะจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่าปกติ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของของขวัญ  ของกำนัล  การท่องเที่ยว  ข้าวปลาอาหาร  ฯลฯ   และยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัวหรือผงกหัวจากสงครามโควิด-19    ธุรกิจทั้งหลายก็ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งมือในการหาวิธีการในการดึงเงินจากกระเป๋าของผู้บริโภคที่มีอยู่จำกัด   ให้มาจับจ่ายใช้สอยกับธุรกิจของตนเองให้มากที่สุด    แน่นอนการแข่งขันก็จะสูงไปตามความยากของการดำเนินธุรกิจในภาวะปัจจุบัน

          การโปรโมชั่น.......ทั้งหลายจึงถูก “รังสรรค์”  เพื่อให้ติดตา  ต้องใจ  และให้ผู้บริโภคใฝ่หา  

          ซึ่งขอทบทวนว่าเครื่องมือในการโปรโมชั่นมีอยู่  4 เครื่องมือหลัก  คือ การโฆษณา  การประชาสัมพันธ์  การส่งเสริมการขาย  และ การส่งเสริมผ่านพนักงานขาย  ซึ่งหลักการดังกล่าวนั้นยังคงอยู่   แต่คงจะต้องพัฒนาและปรับไปให้ตรงกับ “จริต”  และ “บริบท”  ตลอดจน “เทคโนโลยี”  ที่เปรเปลี่ยนไปให้เหมาะสม    ทั้งนี้ก็เพื่อ  หยุด  และ  ดูด   เงินในกระเป๋าของผู้บริโภคนั่นเอง

          หลักการโปรโมชั่น  ถ้าจะสรุปบรรทัดเดียวสั้นๆง่ายๆ คือ 

                   “แปลก  ใหม่  ใหญ่  ดัง  เป๊ะ   ปัง  อลัง  เวอร์”

          ซึ่งจะทำให้โปรของเรามันแรงและแซงทางโค้ง   เพื่อเข้าเส้นชัยได้ในที่สุดนั่นเอง  สิ่งต่างๆเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้อง  “ใหม่ในจักรวาล”  แต่อาจจะเก่าที่อื่นมาใหม่ที่นี่ก็ได้   เช่น

          ข้าวโพดคั่ว  199 บาท  ที่ลูกค้าหาอะไรมาใส่ก็ได้  ไม่ว่าจะเป็นถุง  ถัง กาละมัง   OMG  ซึ่งก็อาจจะใหม่ในบ้านเราที่ทาง  เอสเอฟ   เอามาเล่นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน   แต่มุขนี้มีเล่นแล้วที่เวียดนาม เมื่อปลายเดือนตุลาคม   แต่ที่เวียดนามแจกฟรีมีข้อแม้ว่าห้ามใช้ถุง  กับกล่อง


          ซึ่งก็สร้างความแรงเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ได้ในระดับติดลม   ซึ่งแน่นอนที่สุดกิจกรรมนี้คงทำให้เอสเอฟขาดทุนไปพอสมควร   แต่ถ้าเทียบกับข่าวในสื่อต่างๆตลอดจนการจดจำแบรนด์ได้ก็นับว่าประสบความสำเร็จ

         

          ในช่วงเวลาเดียวกันก็จะเป็นการฉลองครบรอบ 28  ปี เมเจอร์  ค่ายคู่แข่งของเอสเอฟซึ่งได้จัดโปร  “ดูหนัง 28 บาท”   ที่สามารถเรียกแขกและลุกค้ารวมทั้งสร้างความจดจำได้ว่าเมเจอร์อายุ 28 ปีแล้ว   ท่านที่พลาดโอกาสก็รอปีหน้าก็จมีอีกอย่างแน่อนอนแต่เป็น 29 บาท  เพราะเห็นค่ายนี้ใช้โปรนี้มาหลายปีแล้ว   แน่นอนว่าโปรนี้เมเจอร์ได้ผู้คนเข้าชมภาพยนต์ในราคาลดราคานั้นเอง  ซี่งดูแล้วเสมือนว่าเมเจอร์ไม่ขาดทุนแน่  แต่จาจจะลดกำไรลงเพราะ  “ธุรกิจบริการไม่ใช้มันหายไป”  คือเมื่อถึงรอบก็ต้องฉายไม่ว่าจะมี คนดูแค่ 30 คน หรือ เต็มโรงที่  200-500 คนก็ตาม  แต่ถ้าผู้ชมเข้าชมมากกว่าปกติก็คงทำรายได้มาชดเชยกำไรที่หดหายไปได้   สรุปว่ามีแต่ได้น้อยหรือได้มากนั่นเอง...

          ล่าสุด  “การเปิดสาขา สุกี้ ตี๋น้อย”  ที่บาปะอิน  ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้จัดโปรกระเทกใจมาก    **  219 บาท กินเที่ยงวันยันเช้า ***   แรงสสสส์   แซงทางโค้งไปเรยครับพี่น้อง.................

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

*เปลี่ยนวิธีคิด พิชิตธุรกิจ*

 



14 พฤจิกายน 2565

ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม  เทคโนโลยี  และวัฒนธรรม    โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยแปลงเร็วมากๆ  ทำให้ธุรกิจเองจะต้องทบทวนบทบาทและปรับตัวให้ทันกับกระแสและการเปลี่ยนแปลง    สินค้าบางอย่าง บางยี่ห้อ  ไม่สามารถ  “ยืนหนึ่ง”   หรือเป็น  “ตัวตึง”  ได้ยาวนาน  ไม่เหมือนกับเหมินเมื่อ  20-30 ปีก่อน  ที่หากสินค้าใด “ตัวตึง”  ได้ละก็จะอยู่ยาววววววไปเรย   แต่วันนี้ประสบความสำเร็จ  ก็มิอาจจะยืนยันได้ว่าอยู่ได้ยาวอีกสามสี่สิบปี    บางคนเริ่มต้นธุรกิจจากสิ่งที่รัก  ชอบ และชำนาญ  แต่บางคนเริ่มที่คำถามว่า “ลูกค้าต้องการอะไร”  หรือบางคนอาจจะเริ่มต้นที่ว่าอะไรที่ตอนนี้ใครๆก็ทำกัน   เช่นร้านกาแฟ ที่เปิดได้ง่ายรวดเร็วแต่มีสักกี่แบรนด์ที่ยืนหยัดได้จนถึงปัจจุบัน

แล้วแนวคิดไหนเป็นความคิดใดที่ถูกต้อง ??  ......... คงไม่มีคำตอบใดที่ถูกต้องที่สุดเพราะสุดท้ายแล้วผู้ที่ตรวจสอบและให้คำตอบ ก็คือ   “ ลูกค้านั่นเอง”

----  ทำไมต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจ เป็นคำถามที่ทั้งผู้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจ รวมทั้งผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้วจะต้องคอยถามตัวเองอยู่เสมอ

เพราะในโลกปัจจุบันนั้น  มีการแข่งขันสูง เข้าง่ายออกง่าย   ใครก็เรียนรู้การผลิตได้อย่างง่ายดายเพราะมีทั้งแบบฟรี เช่นตามยูทูบ  หรือจ่ายสตางค์ในการเรียนรู้การผลิตสินค้าต่างๆ   การโฆษณา ปชส  เล็กๆ ก็ทำได้ในยุค โซเชียลมีเดีย  รายางานผลการวิจัยต่างๆก็เผยแพร่กันอย่างทั่วไป  ทั้งที่แบบเสียสตางค์และแบบฟรี  ดังนั้นแม้แต่ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ก็ยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน  เพราะหากยืดติดกับความสำเร็จเดิมๆ  หรือแนวทางแบบเดิมๆแล้วก็อาจจะต้องสูญพันธ์ไป เช่น  โกดัก  และ โนเกีย  เป็นต้น      ความสำเร็จในวันนี้มิอาจบ่งบอกถึงความสำเร็จในอนาคต  ในสังคมและเศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้  ดังนั้นธุรกิจทั้งหลายตะต้อง “ปรับเปลี่ยนวิธีคิด  เพื่อพิชิตธุรกิจ”   กันอยู่ตลอดเวลา

ตัวอย่างธุรกิจขนาดใหญ่ที่ก็ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค  เช่น  โฮมโปร ร่วมมือ กับ   โรบินฮู้ด  เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย



หรือแม้แต่บริษัทระดับโลกอย่าง   **อิเกีย   ก็ยังไม่รอให้ลูกค้าสนใจจะซื้อสินค้าและต้องขับรถมาซื้อที่ห้าง   ก็เลยมีป้ายแนะนำสินค้าอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า  พร้อมกับสามารถสั่งสินค้าด้วยการสแกน   และนั่งชิลๆ รอรับสินค้าที่บ้าน   

 


ดังนั้นจะรอช้าอยู่ใยครับ   “ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อพิชิตธุรกิจ”  กันได้แล้วครับ

 

 

B2C By 4 C

  B2C By   4   C    12 กันยายน 2568 สัปดาห์ที่แล้วได้ดูภาพยนต์ในเน็ตฟลิคเรื่อง   4 คิงส์   ก็เลยผุดไอเดียว่าแล้วธุรกิจจะมี 4 K ได้หรือ...